ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 34.14 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น
ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 34.14 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าแรงหนุนนโยบายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจในปีหน้านี้
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 34.14 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 34.27 บาท/ดอลลาร์ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจในปีหน้านี้
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 219,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว
รถโดยสารกรุงเทพฯ – เมืองเลย กลับปีใหม่ตกข้างทาง เสียชีวิต-บาดเจ็บหลายราย
และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 224,000 ราย
เมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1489 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 434 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 34.00- 34.30
แนะนำ ซื้อ 34.00/ ขาย 34.30
EUR/THB 35.20- 35.70
แนะนำ ซื้อ 35.20 / ขาย 35.70
JPY/THB 0.2140- 0.2190
แนะนำ ซื้อ 0.2140/ ขาย 0.2190
GBP/THB 42.50- 43.00
AUD/THB 21.00- 21.50
ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.14 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ที่ระดับ 34.22 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้น ในลักษณะ Sideways Down (กรอบการเคลื่อนไหว 34.12-34.27 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการทยอยปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ หลังผู้เล่นในตลาดต่างทยอยขายทำกำไรสถานะ Long USD และผู้เล่นบางส่วนก็รอทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวในจังหวะที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ แม้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะมีไม่มาก ทว่ารายงานข้อมูลเศรษฐกิจก็ออกมาผสมผสาน โดยยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 2.19 แสนราย น้อยกว่าที่ตลาดคาด ทว่า ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Jobless Claims) กลับเพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับ 1.91 ล้านราย มากกว่าที่ตลาดประเมินไว้
สะท้อนภาพตลาดแรงงานที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก (แม้จะมีการเลิกจ้างไม่มาก แต่แรงงานในสหรัฐฯ ก็ใช้เวลานานมากขึ้น ในการหางานใหม่ หรือกล่าวได้ว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีลักษณะ Slow to Fire and Slow to Hire) นอกจากนี้ เงินบาทยังได้อานิสงส์จากการทยอยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่สามารถกลับมาแกว่งตัวแถวโซน 2,630-2,640 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งการปรับตัวลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำ ทว่าราคาทองคำยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้ชัดเจน ท่ามกลางความต้องการทยอยขายทำกำไรสถานะ Long ทองคำ ของบรรดาผู้เล่นในตลาด
แนวโน้มของค่าเงินบาท
คงมองว่า เงินบาทก็อาจแกว่งตัว Sideways เนื่องจากบรรดาผู้เล่นในตลาดต่างก็รอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเราประเมินว่า โซนแนวรับเงินบาทอาจอยู่แถว 34.10 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นแนวรับสำคัญเชิงจิตวิทยา) ขณะที่โซนแนวต้านอาจยังคงอยู่แถว 34.30 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา จนทะลุโซน 34.15 บาทต่อดอลลาร์ ได้ทำให้สัญญาณจากกลยุทธ์ Trend-Following กลับมาสะท้อนว่า เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นต่อได้ หรืออย่างน้อยก็อาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ซึ่งเรามองว่า ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ว่าเงินบาทจะยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าต่ำกว่าโซนดังกล่าวได้อย่างชัดเจนหรือไม่ และเราจะมั่นใจมากขึ้นว่า เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้ หากเห็นการแข็งค่าหลุดโซนแนวรับ 34.10 บาทต่อดอลลาร์ จนมาทดสอบโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยภาพดังกล่าวก็จะสอดคล้องกับมุมมองของเราที่ประเมินว่า เงินบาทยังมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงก่อนที่รัฐบาล Trump 2.0 จะเริ่มดำเนินนโยบายต่างๆ
ในช่วงระหว่างวัน เรามองว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทก็อาจขึ้นอยู่กับ แนวโน้มราคาทองคำ ซึ่งมีโอกาสที่ราคาทองคำอาจย่อตัวลงบ้าง หรืออย่างน้อยก็แกว่งตัว Sideways ท่ามกลางแรงขายทำกำไรของผู้เล่นในตลาด อย่างไรก็ดี เรามองว่า ในช่วงเช้าวันนี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ยังคงออกมาดีกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างคงคาดหวังแนวโน้มการทยอยขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งภาพดังกล่าวได้ช่วยหนุนให้เงินเยนญี่ปุ่นทยอยแข็งค่าขึ้นและอาจจำกัดการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ได้
นอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าว เรามองว่า ควรติดตามฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติเช่นกัน หลังหลายตลาดการเงินจะเริ่มกลับมาทำการตามปกติ ทำให้โฟลว์ธุรกรรมซื้อ ขาย สินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติอาจคึกคักมากขึ้น
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.05-34.25 บาท/ดอลลาร์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB